ทะลวงและทะลาย ปัญหาและอุปสรรคในการเรียนภาษาจีน....มันง่ายนิดเดียวแค่เปลี่ยนที่ความคิด!!!




ทะลวงและทะลาย  ปัญหาและอุปสรรคในการเรียนภาษาจีน....มันง่ายนิดเดียวแค่เปลี่ยนที่ความคิด!!!

               อุปสรรคของการเรียนภาษาจีน”  นักเรียนส่วนใหญ่ของติวเตอร์ไฮ้  ก่อนเรียนจีนมักจะสร้างกำแพงขนาดใหญ่ให้กับตัวเอง  ก่อนที่จะเริ่มเรียนด้วยซ้ำไป  ซึ่งนี่ถือเป็นอุปสรรคสำคัญก่อนการเริ่มต้น  และ โดยทั่วไปมักคิดกันว่า

 ภาษาจีนมันยาก...เรียนไม่ไหวหรอก

 ตัวอักษรจีนมันเยอะ...จำไม่ไหวหรอก

 ไวยากรณ์จีนมันซับซ้อน ...ใช้ไม่เป็นหรอก

                ความคิดเหล่านี้แหล่ะ...ที่คอยกีดขวาง  และบดบังความคิดในการเรียนรู้ (จริงๆแล้วก็ไม่ใช่แค่ภาษาจีนหรอกนะ)  ฉะนั้น ก่อนที่เราจะเรียนภาษาจีน  เราก็ต้องมาทะลายกำแพงแห่งอุปสรรคกันก่อนนะครับ...เปิดใจและยอมรับที่จะเรียนรู้ก่อนเป็นอันดับแรก
                แต่เชื่อไหมครับว่า  นักเรียนกลุ่มนี้ร้อยละ 80 มักจะถามว่า  เรียนคอร์สเดียว 30 ชม. จบแล้วจะพูดจีนได้เลยไหม?”  ผมตอบได้เลยครับว่า ได้อย่างแน่นอน”   แต่ก็นั่นแหล่ะ  พูดได้เฉพาะเท่าที่เรียนมาในหนังสือหรือที่ครูเพิ่มเติมให้เท่านั้นนะครับ (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้น้อยกว่านะครับ)  แต่ก็นั่นแหล่ะ  นี่คือบันไดก้าวแรกของการเริ่มเรียนภาษา  จริงๆแล้วแค่นักเรียนพูดหรือจำได้แค่ครึ่งนึงที่เรียนมา...ผมว่านั่นแหล่ะเจ็งสุดๆแล้วครับ!!!   ยกนิ้วโป้งให้ 2 ข้างเลย

                “ปัญหาของการเรียนภาษาจีนปัญหาของการเรียนส่วนใหญ่เท่าที่ผมพบมานะครับ  มักเกิดขึ้นกับนักเรียนกลุ่มที่เรียนแล้วไม่ประสบความสำเร็จนะครับ  สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ  
     เรียนทิ้งๆขว้างๆ  เรียนไปอย่างงั้นแหล่ะ (แม่บังคับมาเรียนบ้าง  ขอแค่สอบให้ผ่านบ้าง  
     เรียนไปงั้นๆ แหล่ะแค่เรียนไว้ประดับสมองเท่ๆ ตามเทรนด์บ้าง...ประมาณนี้ครับ)
     เรียนแล้วไม่กลับไปทบทวน....เลยยยย!!!!
     เรียนแบบไม่มีวัตถุประสงค์ในการเรียน ...ไร้ซึ่งจุดหมายแบบจริงจัง
     เรียนๆหยุดๆ  มาๆหายๆ  ไม่ต่อเนื่อง ไม่สม่ำเสมอ....มันทำให้พัฒนาการทางภาษาไม่ต่อเนื่องนะครับ

               สุดท้ายคือ  สมองรับไม่ได้จริงๆ  เคสนี้มีพอสมควรครับ  มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กๆที่พ่อแม่ไปฝากให้เรียนที่ไหนไม่ได้แล้ว  เพราะน้องมีข้อจำกัด หรือไม่มีความถนัดทางภาษาอย่างจริงจัง (อันนี้ไม่ใช่แค่ภาษาจีนนะครับ  ภาษาไทยภาษาอังกฤษก็มีปัญหาทั้งหมด)  อันนี้ถือเป็นข้อจำกัดทางกายภาพนะครับ
           เรียนจีนให้ได้ดีและประสบความสำเร็จ”  อันนี้ขอใช้ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ  จริงๆแล้วผมเองไม่ได้เป็น
คนไบร์ท  ไม่ได้มีพรสวรรค์ทางภาษา ครูสอนอะไรมาก็จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง  (ออกแนวทึ่มๆเล็กๆด้วยซ้ำไป...555 เล่นเองเจ็บเอง)  แต่มันมีเส้นทางสู่ชัยชนะครับ  ด้วยวิธีต่อไปนี้นะครับ
               -  อย่างแรกต้องปรับความคิด ทัศนะคติ  ว่าภาษาจีนมันไม่ยากเลย  เด็กน้อยจากทารกจนถึงเริ่มพูดได้สื่อสารได้ยังใช้เวลา 2-3 ปี ถึงพูดคุยและสื่อสารกันรู้เรื่อง  แล้วในเมื่อพัฒนาการทางสมองเราพัฒนาเติบโตเต็มที่แล้ว...คงใช้เวลาเรียนรู้กับมันได้ไม่นานหรอก...เชื่อผมสิ!!!
               -  สรรหาสิ่งแวดล้อมแบบจีนๆให้ตัวเอง  เช่น  ไปเที่ยวจีน (อันนี้ลงทุนหนักเว่อร์)  ดูหนัง  ฟังเพลง ง่ายสุดครับ
               -  หาหนังสือโดนๆมากอ่าน...มีไว้อุ่นใจก็ได้นะครับ  เวลามีปัญหาจะได้ไปเปิดๆ ค้นๆดู เอาไว้หนุนให้อุ่นหัวแทนหมอนก็ยังดี...555
               -  มือถือมีไว้ทำไม....ทำได้เกือบจะทุกอย่างบนโลกนี้  ความรู้มากมายบนโลกออนไลน์  จงหามันมาใส่ตัวเองเรื่อยๆ และทุกวันนะครับ  ไม่ว่าจะเป็นเว็บสอนภาษาจีน  แฟนเพจสอนภาษาในเฟสบุค  ดูคลิปสอนภาษาชิลล์ๆในยูทูป  ที่เหลือก็เอนเตอร์เทนตัวเองด้วยการดูหนังจีน ฟังเพลงจีน  เรื่องที่ตัวเองสนใจมันก็สนุกๆดูเพลินๆนะครับ  ช่วงแรกๆก็เน้นดูภาพไป...ดูไปๆ เดี๋ยวก็ฟังออกเอง
               -  หาเพื่อนชาวจีน  จะได้พูดคุยและแชทผ่านสมาร์ทโฟนหรือเครื่องคอมฯ เรื่อยๆ  อันนี้เวิร์คจริงอะไรจริง!! ติวเตอร์ไฮ้คอนเฟิร์ม
               -  เรียนภาษาเพิ่มเติม อย่างมีเป้าหมาย  เช่น  สมมุติว่าเรียนไปเฉยๆแค่อยากรู้มากขึ้น  ก็ตั้งเป้าไว้ว่าเดี๋ยวจะไปลองสอบวัดระดับภาษา (HSK) ดู ว่าระดับที่ตั้งไว้จะผ่านไหม   หรือตั้งเป้าหมายว่าจะไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองปีนี้  โดยจะพูดเยอะๆ ซื้อของได้ ต่อรองได้  สั่งข้าวกินได้ ถามทางได้  และจะพูดให้คนจีนหูชาไปเลย!!!  เป็นต้นครับ
               -  ให้เวลากับภาษาจีนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เช่น ดูคลิปสอนภาษาความยาวอย่างน้อย 10 นาที วันละ 1 คลิป  หรือท่องคำศัพท์ให้ได้วันละ 20 คำ เป็นต้น  ทำอย่างนี้ทุกวันอย่างต่อเนื่องไม่หยุด...รับรองเลยครับว่าความเปลี่ยนแปลงจะมาเยือนอย่างเห็นได้ชัด  ตัวผมเองดูคลิปสอนภาษาทุกวันตอนเช้า ขณะเข้าห้องน้ำ แปรงฟัน  อาบน้ำ ก่อนออกมาทำงานทุกเช้า...มันเยี่ยมมากกกกกก+++
               -  สุดท้าย...หาติวเตอร์จีนส่วนตัว...แฟนคนจีนไปเลย  อันหลังนี้ถ้าทำได้ถือว่าเด็ดสุด  รับรองแปร๊บบบบเดียว  เดี๋ยวก็เห็นผลครับ

               ดูๆแล้ว เหมือนมันจะยากนะครับ  แต่ก่อนอื่นต้องถามว่า ลองทำดูหรือยัง”  ถ้ายัง  ก็ให้ลองทำดูก่อน  ถ้าทำแล้วก็ต้องสำรวจตัวเองเปรียบเทียบเป็นระยะด้วยนะครับ ว่าผลก่อนหลังมันเป็นอย่างไร  แล้วก็ทำมันต่อไปเรื่อยๆ  จาก 1 วัน เป็น 1 อาทิตย์ เพิ่มเป็น 1 เดือน และต่อเนื่องเป็น 1 ปี และถ้า ใครทนทำได้จนถึง 1 ทศวรรษ  ผมว่าคนๆนั้นจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางภาษาจีนได้เลยนะครับ....เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ  สู้สู้!!!


โค้ชไฮ้ – ผู้เขียน/ผู้เรียบเรียง/ผู้แปล 
           เป็นโค้ช/ติวเตอร์สอนภาษาจีน จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยะธุรกิจระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ (University of International Business and Economics: 对外经济贸易大学 ; UIBE ) เชี่ยวชาญการสอนการสนทนาภาษาจีนแบบเร่งรัดตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ภาษาจีนสำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน  การเตรียมภาษาจีนสำหรับแอร์โฮสเตส-สจ๊วต ภาษาจีนธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการต่างๆ ทั้ง การท่องเที่ยว การโรงแรม ธุรกิจนวดสปา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการติวสอบวัดระดับภาษาจีน
นอกจากนี้ ยังจบหลักสูตรประกาศนียบัตรภาษาจีนเพื่ออาชีพ จากมหาวิทยาบลัยหอการค้าไทย โครงการสัมฤทธิบัตรภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร (เกียรตินิยม) และโครงการสัมฤทธิบัตรภาษาจีนเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  รวมถึงการอบรมภาษาจีนจากสถาบันสอนภาษาในปักกิ่งอีกหลายแห่ง



ความคิดเห็น